นี่เป็นช่วงเวลาที่ประจวบเหมาะจริงๆ หลายสิ่งทำให้รู้สึกว่าเราจัดลำดับความสำคัญให้กับชีวิตพลาดผิดไป (อีกแล้ว) 

มีหลายเรื่องกวนจิต กวนใจ สุขภาพก็ไม่ค่อยดี ออดๆแอดๆ ทั้งไอเรื้อรัง(แบบปลอดเชื้อไวรัส) ทั้งปวดหลังอย่างหนัก และรู้สึกว่าหลายๆเดือนที่ผ่านมา เรามัวแต่ให้เวลากับบางสิ่ง และบางคนที่ไกลตัวมากกว่าที่จะให้เวลากับตัวเอง บางครั้งก็รู้สึกเหมือนสูญเปล่า ไร้สาระ และก็เสียดายเวลาไปกับอะไรที่ฉาบฉวย ลมๆแล้งๆ เหมือนกันนะ 

เฮ้อ... ช่วงนี้ก็จะเว้นวรรคสักพักละกัน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะนานขนาดไหน

มีบางคนแนะนำว่าให้ลองไปทำอะไรใหม่ๆ ไปเจอใครๆ หรือไปถ่ายรูปคนอื่นบ้าง แต่... ไม่ใช่ว่าใครก็ได้นะเฟ้ยยย... เราก็เลือกเหมือนกันนะจ๊ะ อย่างน้อยๆ มันต้องถูกชะตา หรือไม่ก็เฉยๆ ค่อนไปในทางบวก และอีกอย่างคือ เป็นผู้ชาย (จะถ่ายผู้หญิงไปทำไมกัน แรงจูงใจไม่มี๊...) 

ก็เอาเป็นว่า ข้าพเจ้าจะไปใช้เวลาอยู่กับตัวเองสักพัก ทำหลายสิ่งที่เคยทำ แต่ห่างหายไปนาน หนึ่งในกิจกรรมนั้นคือ เล่นโยคะ (จากที่ไม่ได้ไปเล๊ย ปีกว่าๆ เสียดายเงินแท้ๆ) ที่จะช่วยบรรเทาอาการปวดหลังได้อย่างแน่นอน

อ้อ... ระหว่างนี้ก็น่าจะได้มีเวลาขุดโบราณวัตถุที่หาดูได้ยาก มาสู่สายตาประชาชนก็ได้ อิๆ 

เพื่อน forward mail มาให้หลายวันละแต่เพิ่งได้ฤกษ์เปิดอ่าน อืม...แม่นนะเนี่ย เลยไป search เพิ่ม ก็เจอภาพประเจอใน hunsa.com (http://horojung.hunsa.com/detail.php?id=14299)

 

เค้าบอกว่า เราตรงกับเทพ Osiris
วันที่ 1 – 10 มีนาคม และ 27 พฤศจิกายน – 18 ธันวาคม

Photobucket

กลุ่มคนที่กระตือรือร้นอยู่เสมอ ไม่เคยมีชีวิตที่ธรรมดาเลย... พวกเขาเป็นคนมั่นใจในตัวเอง
และมองโลกในแง่ดีเสมอ ใช้ชีวิตแต่ละวันด้วยความเต็มที่ ไม่เคยกลัวอะไร
คุณเป็นคนกล้าหาญ และเต็มเปี่ยมไปด้วยความศรัทธาในสิ่งที่ลงมือทำ
คุณคิดเสมอว่าทุกอย่างคือโอกาสทอง และคุณควรก้าวออกไปคว้ามัน
อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวแล้ว คุณเป็นคนซับซ้อนพอสมควร และออกจะมีความคิดลึก
ทำให้คุณเป็นคนสองบุคลิก บางทีก็ดูอ่อนไหว ขึ้นๆ ลงๆ เจ้าอารมณ์
ซึ่งเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเป็นเช่นนี้ คุณมักตัดสินใจพลาดได้ง่ายๆ และเพราะความมองโลกในแง่ดีมากเกินไป
ทำให้คุณมักผิดพลาดจากการไม่ระมัดระวัง แต่ก็นั่นแหละ ความน่ารัก และเสน่ห์ของคุณ
ทำให้คุณมักได้มิตรภาพที่ดีจากคนรอบตัว และนั่นคือสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุขที่สุด

จะว่าไปแล้ว ราศีเกิดเรา (ต้นเดือน ธค.) อ่านคำทำนายกี่สำนักก็จะประมาณนี้แหล่ะ อีโก้สูง ชอบเดินทาง อารมณ์ศิลปิน ดีก็ดีใจหาย ร้ายก็ร้ายสุดขั้ว ตอนเด็กๆก็คิดนะว่าเป็นเราเป็นคนใจเย็น แต่โตมาเรื่อยๆ ทำไมใจร้อนจังแฮะ ปุ๊บปั๊บ ปุบปับ เดี๋ยวก็คิดนี่ทำโน่น ไอเดียเยอะแยะไปหมด (แต่…ทำสำเร็จแค่นิดหน่อยเองนะ แหะๆ)

แต่ถ้าจะมองในแง่ดี ยังไงมันก็ดีกว่าที่ไม่เคยคิดจะทำอะไร หรือคิดแล้วก็ไม่ได้ทำเลย… ว่าไหม?

edit @ 21 Jan 2009 22:34:18 by bojang

เคยไหมที่รู้สึกชอบ หรือรักใครหรืออะไรมากๆ และเราก็รู้สึกเป็นสุขยิ่งนักที่ได้อยู่ใกล้สิ่งนั้นๆ ทำสิ่งเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แรกๆ มันก็สนุกดีหรอกนะ คงเป็นอารมณ์แบบว่า หัวปักหัวปำหรือหน้ามืดตามัว อะไรๆ ก็ดูดีไปหมด

แต่สักพัก… เมื่อถึงจุดอิ่มตัวของเรา จะเริ่มรู้สึกแล้วล่ะว่ามันเริ่มไม่สนุกละ เริ่มจะเอียนๆ เลี่ยนๆ ฯลฯ ทางเลือกเดียวก่อนที่จะถึงจุด “เบื่อ” ที่เราแทบไม่อยากจะเห็นหรือเจอสิ่งนั้นอีก คือการหยุด พัก ปล่อยวางสิ่งนั้นๆ บางคนเค้าเรียกช่วงนี้ว่า “ช่วงเว้นวรรค” บางทีมันอาจจะเป็นช่วงที่เราเริ่มจะมีสติ วิญญาณที่เคยหลุดลอยเริ่มกลับมาสิงร่าง (55+) ถ้าหากเป็นเรื่องความรัก ก็เป็นช่วงที่ตาเริ่มสว่าง แต่อีกฝ่ายจะเข้าใจว่าเป็นช่วง “หมดโปรโมชั่น” (ซะงั้น)ง การสนใจการเอาใจใส่กับสิ่งนั้นหรือใครคนนั้นเริ่มลดลง หากวัดค่าดัชนีความลั๊นลาจากเดิมที่ทะลุค่าสูงสุด ตอนนี้กลับลดต่ำลงจนเกือบเท่ากับศูนย์ ในช่วงระยะเวลาที่ห่างกันไม่นานนัก… เฮ้อ... อนิจจัง... 

คงบอกไม่ได้หรอกนะว่า เพราะอะไรที่ทำให้ความรู้สึกเปลี่ยนไป? อารมณ์คนเรามันก็เป็นแบบนี้แหล่ะ แม้แต่ตัวเองก็นึกเหตุผลมาอธิบายไม่ได้ แต่สิ่งที่จะยึดเหนี่ยวไว้ให้เรายังไม่หลุดออกไปนอกวงโคจรก็น่าจะเป็น”ความผูกพัน”ใช่ไหม? อาจไม่ต้องมากหรือบ่อย แต่น้อยๆ และนานๆ นึกถึงทีไรก็มีความสุข หาเวลาให้กับตัวเองบ้างก็น่าจะดีนะ

หลังจากนั้นสักพัก เมื่อความคิดถึงมาเยือน… เราก็ได้เวลาไปสานต่อความผูกพัน และเพิ่มความรู้สึกดีๆ อีกครั้งหนึ่ง ^^

Photobucket 

edit @ 8 Jan 2009 23:04:34 by bojang